
เลือกคุมกำเนิดอย่างไร ... ให้ปลอดภัย
ปัจจุบัน วิธีการคุมกำเนิดที่มีการใช้แพร่หลายมากที่สุด คือ การทานยาเม็ดคุมกำเนิด แต่ยังมีผู้หญิงหลายๆคนที่ต้องทนกับผลข้างเคียงจากการเลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีปริมาณฮอร์โมนไม่เหมาะสม ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับฮอร์โมนในยาเม็ดคุมกำเนิด ให้มากขึ้น เพื่อประสิทธิภาพการคุมกำเนิดที่ดี และมีความปลอดภัยในระยะยาวกันค่ะ

แม้เอสโตรเจนจะมีข้อดีในเง่ช่วยเสริมฤทธิ์ในการคุมกำเนิดร่วมกับโปรเจสโตเจนและควบคุมรอบเดือนให้เป็นปกติ แต่ก็นำมาซึ่งอาการข้างเคียงต่างๆ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ ปวดไมเกรน บวมน้ำ เป็นฝ้า น้ำหนักเพิ่ม รวมถึงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดอุดตัน หากใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีเอสโตรเจนในปริมาณสูงเป็น ระยะเวลานานๆ
ดังนั้น ยาคุมกำเนิดใหม่ๆที่ออกสู่ตลาด จึงพยายามที่จะลดปริมาณของเอสโตรเจนให้เหลือน้อยที่สุด โดยยังมีฤทธิ์ในการคุมกำเนิดสูงเหมือนเดิม เพื่อลดอาการข้างเคียงจากฮอร์โมน อันเป็นสาเหตุหลักของการหยุดรับประทานยากลางคัน ทำให้เกิดการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้
เราควรเลือกใช้ปริมาณเอสโตรเจนเท่าไหร่ ดี?เพื่อความปลอดภัย และลดอาการข้างเคียงของฮอร์โมน ควรเลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีปริมาณฮอร์โมนต่ำที่สุดก่อน โดยยาเม็ดคุมกำเนิดที่มีจำหน่ายในตลาด มีปริมาณ เอสโตรเจนตั้งแต่ 35 30 20 และต่ำที่สุดคือ 15 ไมโครกรัม โดยเฉพาะผู้ที่แพ้ฮอร์โมนง่าย ผู้ที่เริ่มใช้ยาเป็นครั้งแรก วัยรุ่น ผู้ที่เป็นไมเกรน ผู้ที่กังวลเรื่องน้ำหนักตัว และหญิง ใกล้หมดประจำเดือน ซึ่งควรใช้ระดับฮอร์โมนต่ำที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงอาการข้างเคียงจากเอสโตรเจนดังที่กล่าวมาแล้ว
ยาเม็ดคุมกำเนิดมีกี่ชนิด และต่างกันอย่างไร ?- มี 2 ชนิด คือชนิด 21 เม็ดและ 28 เม็ด โดยชนิด 28 เม็ด แบ่งเป็น
- สูตรดั้งเดิม มีฮอร์โมน 21 เม็ด + เม็ดยาหลอก 7 เม็ด
- สูตรนวัตกรรมใหม่ มีฮอร์โมน 24 เม็ด + เม็ดยาหลอก 4 เม็ด
- ฮอร์โมนสูตร 24+4 มีข้อดีกว่า สูตร 21 เม็ด อาทิ
- ลดโอกาสไข่พัฒนาในช่วงหยุดยาได้ดีกว่า
- ลดอาการก่อนมีประจำเดือน (PMS) เช่น ปวดประจำเดือน ท้องอืด ฉุนเฉียว ฯลฯ
- ทำให้จำนวนวันการมีประจำเดือนสั้นลง (มีประมาณ 2 วัน)
และเพื่อลดอาการข้างเคียงอื่นๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ อาทิ เลือดออกกะปริดกะปรอย หรือประจำเดือนขาด ควรทานยาในเวลาเดียวกันของทุกวัน เช่น หลังอาหารเย็น หรือก่อนนอน และควรทานยาให้ครบทุกเม็ดจนหมดแผง
อย่าลืมว่า การทานยาที่ถูกต้อง ต้องเริ่มทานยาเม็ดแรกในวันแรกที่มีประจำเดือน ทั้งในกรณี เริ่มทานยาเป็นครั้งแรก หรือ เปลี่ยนจากยาเดิมเป็นยี่ห้อใหม่นะคะ
